แหล่งรวมติวเตอร์

เรียนภาษาอังกฤษ CEFR B2 บทที่ 121: Modals of Deduction: Present

B2
ระดับกลางตอนสูง · Upper-Intermediateบทที่ 121 จาก 300 · บทที่ 6 จาก 40 ของระดับ B2
📌 ก่อนเริ่มเรียน

อ่านคำอธิบายและตัวอย่างเรื่อง Modals of Deduction: Present ให้เข้าใจก่อน แล้วจึงทำแบบฝึกหัด 10 ข้อ

LESSON 121 · CEFR B2

Modals of Deduction: Present

อนุมานสถานการณ์ปัจจุบันจากหลักฐาน

📖 อธิบายก่อนฝึก✅ แบบฝึก 10 ข้อ🌿 ระดับ B2
ระดับ B2 ต้องอ่านความหมายทั้งข้อความ อย่าเลือกคำตอบจากคำคุ้นตาเพียงคำเดียว

PART 1 · ทำความเข้าใจก่อน

# LESSON 121 · CEFR B2

Modals of Deduction: Present

อนุมานสถานการณ์ปัจจุบันจากหลักฐาน โดยแยกระหว่าง “แน่ใจมาก–เป็นไปได้–เป็นไปไม่ได้”

เมื่อเราไม่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด แต่มีร่องรอยบางอย่างให้ตีความ เราไม่ได้กำลังบอก “ข้อเท็จจริง” ตรง ๆ เรากำลังสรุปสิ่งที่น่าจะจริงจากหลักฐาน เช่น เห็นไฟในห้องเปิดอยู่ จึงคิดว่าน่าจะมีคนอยู่ข้างใน หรือเห็นรถของเพื่อนจอดหน้าบ้าน จึงคิดว่าเขาไม่น่าจะอยู่ที่ทำงาน การเลือก modal จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าผู้พูดชอบคำไหน แต่ขึ้นอยู่กับ น้ำหนักของหลักฐาน

The lights are on, so someone must be inside.

ผู้พูดไม่ได้เข้าไปเห็นคน แต่ใช้ไฟที่เปิดอยู่เป็นหลักฐานและมั่นใจสูงว่า “ต้องมีใครอยู่ข้างในแน่ ๆ”

1. แกนความหมายสามระดับ

must: ข้อสรุปเชิงบวกที่มั่นใจมาก

ใช้ must + infinitive เมื่อหลักฐานทำให้ข้อสรุปหนึ่งสมเหตุสมผลกว่าคำอธิบายอื่นอย่างชัดเจน

Nina has answered every technical question correctly. She must know the system well.

ผลงานที่ตอบได้ทุกข้อเป็นหลักฐาน ส่วน “รู้ระบบดี” เป็นข้อสรุป ไม่ใช่กฎหรือหน้าที่ ดังนั้น must ในที่นี้แปลว่า “ต้อง...แน่ ๆ” ไม่ใช่ “จำเป็นต้อง”

may / might / could: มีความเป็นไปได้ แต่ยังไม่พอสรุป

ทั้งสามคำใช้เสนอความเป็นไปได้ในปัจจุบันได้ ระดับจริงไม่ได้เรียงเป็นเปอร์เซ็นต์ตายตัวเสมอไป แต่ might มักฟังดูระมัดระวังกว่า may ส่วน could เน้นว่านี่เป็นหนึ่งในคำอธิบายที่เป็นไปได้

The error may be in the payment system.

The server might be overloaded.

A loose cable could be causing the problem.

สามประโยคยังเปิดพื้นที่ให้คำอธิบายอื่น ผู้พูดจึงไม่ควรใช้ must หากหลักฐานยังไม่พอ

can’t / cannot: ข้อสรุปเชิงลบที่มั่นใจมาก

ใช้เมื่อหลักฐานขัดกับข้อสรุปนั้นจนผู้พูดเห็นว่าเป็นไปไม่ได้หรือไม่น่าเป็นจริงอย่างยิ่ง

Arun can’t be in the meeting. I have just seen him downstairs.

จุดสำคัญคือ ภาคปฏิเสธของการอนุมานด้วย must ไม่ใช่ mustn’t เพราะ mustn’t หมายถึง “ห้าม”

You mustn’t enter this room. = คุณห้ามเข้าห้องนี้

You can’t be in the correct room. = จากหลักฐาน คุณไม่น่าจะอยู่ถูกห้อง

2. รูปกริยาหลัง modal บอกสภาพของ “ตอนนี้”

modal + be + noun/adjective/prepositional phrase

She must be tired after the overnight flight.

This might be the correct file.

They can’t be at the office; the building is locked.

modal + base verb

He must know the answer.

They may need more time.

modal + be + -ing เมื่อกิจกรรมกำลังเกิด

No one is answering. They might be having lunch.

Her line is busy; she must be speaking to another customer.

ถ้าคำถามถามว่า “กำลังทำอะไรอยู่” รูป continuous มักแม่นกว่ารูป base verb แต่ไม่ใช่ทุก verb จะใช้ continuous ได้ เช่น know, believe, belong มักเป็น stative verbs

3. อย่าให้ความจริงทั่วไปปะปนกับการอนุมาน

can ใช้บอกความเป็นไปได้ทั่วไป แต่โดยปกติไม่ใช้เป็นข้อสรุปเชิงบวกเฉพาะเหตุการณ์ตรงหน้า

Roads can be dangerous in heavy rain.

ถนนอาจอันตรายได้โดยทั่วไปเมื่อฝนตกหนัก

The road may be dangerous now because it is flooded.

ถนนเส้นนี้อาจอันตรายตอนนี้ เพราะมีน้ำท่วม

ข้อสอบมักวาง can เป็นตัวลวงในช่องที่ต้องอนุมานสถานการณ์เฉพาะหน้า

4. อ่านหลักฐานก่อนอ่านตัวเลือก

ลองพิจารณาสถานการณ์นี้:

The office door is locked, all the lights are off, and no cars are in the car park. Nobody answers the phone.

เรารู้ได้เพียงว่าหลักฐานหลายชิ้นชี้ไปในทิศเดียวกัน ข้อสรุปที่เหมาะคือ:

The staff can’t be working in the office today.

ไม่ควรตอบ mustn’t be working เพราะจะกลายเป็นว่ามีกฎห้ามทำงาน และ might not be working อ่อนเกินไปเมื่อหลักฐานหลายชิ้นสนับสนุนข้อสรุปเชิงลบอย่างมาก

5. การอนุมานไม่เท่ากับคำแนะนำหรือข้อบังคับ

modal รูปเดียวกันอาจมีหน้าที่อื่น ต้องอ่านบริบทเสมอ

You must submit the form today.

ข้อบังคับ/ความจำเป็น

You have all the required documents. You must be ready to submit the form.

การอนุมานจากหลักฐาน

ประโยคแรกผลักให้ผู้ฟังทำสิ่งหนึ่ง ประโยคที่สองสรุปสภาพของผู้ฟัง ถ้าจำแนกหน้าที่ผิด แม้จำโครงสร้างได้ก็เลือกคำตอบผิด

6. ภาษาที่ใช้คู่กับระดับความมั่นใจ

ข้อความ B2 มักไม่ได้ให้ตัวเลขความน่าจะเป็น แต่ใช้ถ้อยคำเป็นสัญญาณ

  • clearly, obviously, there is no other explanation มักสนับสนุน must/can’t
  • perhaps, possibly, one explanation is มักสนับสนุน may/might/could
  • I’m certain ต้องการข้อสรุปแรง
  • I’m not sure ต้องการข้อสรุประมัดระวัง

The parcel is marked “delivered”, but it is not at the door. The courier may have the wrong address.

แม้มีปัญหาจริง แต่เรายังไม่รู้สาเหตุ จึงควรเปิดไว้เป็นความเป็นไปได้ ไม่กระโดดไปใช้ must

7. ตัวอย่างวิเคราะห์แบบเต็ม

โจทย์:

Maya’s coat and laptop are still here, but she is not at her desk. Her calendar shows a meeting in Room 4 from 10:00 to 11:00. It is now 10:30.

ตัวเลือก:

  1. Maya must work in Room 4.
  2. Maya might be working in Room 4 every day.
  3. Maya must be attending the meeting in Room 4.
  4. Maya can’t attend the meeting in Room 4.

วิธีคิด:

  1. ระบุเวลา: ตอนนี้ 10:30 จึงเป็นสถานการณ์ปัจจุบัน
  2. ระบุกิจกรรม: การประชุมกำลังเกิด ต้องพิจารณา be + -ing
  3. ชั่งหลักฐาน: ปฏิทินระบุห้องและเวลา ทรัพย์สินยังอยู่ แต่เจ้าตัวไม่อยู่โต๊ะ หลักฐานสนับสนุนสูง
  4. ตัดข้อ 1 เพราะ work ให้ความหมายเป็นกิจวัตร/สถานที่ทำงาน ไม่ตรงกิจกรรมชั่วคราว
  5. ตัดข้อ 2 เพราะเติม every day ซึ่งไม่มีในหลักฐานและลดความมั่นใจโดยไม่จำเป็น
  6. ตัดข้อ 4 เพราะขัดหลักฐาน

คำตอบคือข้อ 3: Maya must be attending the meeting in Room 4.

8. วิธีทำข้อสอบให้เป็นขั้นตอน

  1. ขีดเส้นใต้หลักฐานที่เห็นหรือรู้จริง
  2. แยกข้อสรุปออกจากหลักฐาน อย่าเติมข้อมูลเอง
  3. ตัดสินระดับความมั่นใจ: สูงเชิงบวก / เปิดความเป็นไปได้ / สูงเชิงลบ
  4. ดูว่าสถานการณ์เป็นสภาพ กิจวัตร หรือกิจกรรมกำลังเกิด
  5. เลือก must, may/might/could หรือ can’t แล้วตามด้วยรูปกริยาที่ตรงเวลา
  6. อ่านทั้งประโยคอีกครั้งเพื่อตรวจว่า modal กลายเป็น “ข้อบังคับ” โดยไม่ตั้งใจหรือไม่

9. จุดพลาดที่พบบ่อย

  • ใช้ mustn’t แทน can’t ในความหมาย “เป็นไปไม่ได้”
  • ใช้ can เพื่อเดาเหตุการณ์เฉพาะหน้าเชิงบวก
  • ใช้ must ทั้งที่มีเพียงความเป็นไปได้หนึ่งในหลายทาง
  • ลืม be หน้า adjective, noun หรือ -ing
  • เติมอดีต must have + V3 ทั้งที่โจทย์ถามสภาพปัจจุบัน
  • เลือกจากคำศัพท์คำเดียว แทนการชั่งหลักฐานทั้งย่อหน้า

10. เช็กลิสต์ก่อนตอบ

  • ฉันกำลังบอกข้อเท็จจริง หรืออนุมานจากหลักฐาน?
  • หลักฐานหนักพอสำหรับ must/can’t หรือยัง?
  • ข้อสรุปเป็นบวกหรือลบ?
  • เหตุการณ์เป็น “ตอนนี้” จริงหรือไม่?
  • ต้องใช้ base verb, be + adjective/noun หรือ be + -ing?
  • มีตัวเลือกใดแอบเปลี่ยน must เป็นข้อบังคับหรือไม่?

หัวใจของบทนี้ไม่ใช่การท่องว่า must แปลว่า “ต้อง” แต่คือการทำให้รูปภาษาแสดงน้ำหนักของหลักฐานอย่างซื่อสัตย์: หลักฐานแรงจึงสรุปแรง หลักฐานไม่พอจึงเว้นพื้นที่ให้ความไม่แน่นอน

PART 2 · ดูตัวอย่างให้เห็นภาพ

ภาษาอังกฤษจุดสังเกตในการเรียน
The lights are on, so someone must be inside.ไฟเปิดอยู่ดังนั้นต้องมีคนอยู่ข้างใน — “must be inside” เป็นการอนุมานด้วยความมั่นใจสูงจากไฟที่เปิดอยู่ ไม่ใช่ข้อบังคับ
She cannot be at work; her car is still here.เธอไม่สามารถอยู่ที่ทำงานได้รถของเธอยังอยู่ที่นี่ — “cannot be at work” อนุมานว่าเป็นไปไม่ได้จากหลักฐานว่ารถยังอยู่
This might be the document we were looking for.นี่อาจเป็นเอกสารที่เรากำลังมองหา — “might be the document” แสดงความเป็นไปได้ แต่ผู้พูดยังไม่แน่ใจ
They may not know that the schedule has changed.พวกเขาอาจไม่รู้ว่าตารางเวลามีการเปลี่ยนแปลง — “may not know” หมายถึงอาจไม่รู้ ไม่ได้หมายถึงไม่ได้รับอนุญาตให้รู้
He looks exhausted; he must be working too hard.เขาดูเหนื่อยล้าเขาคงทำงานหนักเกินไป — “must be working too hard” อนุมานสาเหตุปัจจุบันจากอาการเหนื่อยล้า

PART 3 · จุดที่มักสับสน

ระวังข้อผิดพลาดเหล่านี้

  • เติม to หรือผันกริยาหลัง modal
  • เลือกคำตอบจากคำคุ้นตาโดยไม่อ่านความหมายทั้งข้อความ
  • เปลี่ยนโครงสร้างแล้วทำให้ระดับความมั่นใจหรือความหมายเดิมเปลี่ยน
B2 EXAM PRACTICE · 4 QUESTION TYPES · 10 QUESTIONS

ลองเช็กความเข้าใจ

โจทย์ภาษาอังกฤษสลับ 4 รูปแบบ: Grammar Cloze, Vocabulary in Context, Sentence Accuracy และ Reading Context พร้อมคำอธิบายไทยหลังตอบ

ง่าย1. Grammar Cloze — Choose the option that completes the sentence accurately: “The lights are on, so someone must ____ inside.”

ดูเฉลยและคำอธิบาย

คำตอบ: be · ไฟเปิดอยู่ดังนั้นต้องมีคนอยู่ข้างใน — “must be inside” เป็นการอนุมานด้วยความมั่นใจสูงจากไฟที่เปิดอยู่ ไม่ใช่ข้อบังคับ

ง่าย2. Grammar Cloze — Choose the option that completes the sentence accurately: “She cannot ____ at work; her car is still here.”

ดูเฉลยและคำอธิบาย

คำตอบ: be · เธอไม่สามารถอยู่ที่ทำงานได้รถของเธอยังอยู่ที่นี่ — “cannot be at work” อนุมานว่าเป็นไปไม่ได้จากหลักฐานว่ารถยังอยู่

กลาง3. Grammar Cloze — Choose the option that completes the sentence accurately: “This might ____ the document we were looking for.”

ดูเฉลยและคำอธิบาย

คำตอบ: be · นี่อาจเป็นเอกสารที่เรากำลังมองหา — “might be the document” แสดงความเป็นไปได้ แต่ผู้พูดยังไม่แน่ใจ

กลาง4. Grammar Cloze — Choose the option that completes the sentence accurately: “They may not know ____ the schedule has changed.”

ดูเฉลยและคำอธิบาย

คำตอบ: that · พวกเขาอาจไม่รู้ว่าตารางเวลามีการเปลี่ยนแปลง — “may not know” หมายถึงอาจไม่รู้ ไม่ได้หมายถึงไม่ได้รับอนุญาตให้รู้

ท้าทาย5. Grammar Cloze — Choose the option that completes the sentence accurately: “He looks exhausted; he must ____ working too hard.”

ดูเฉลยและคำอธิบาย

คำตอบ: be · เขาดูเหนื่อยล้าเขาคงทำงานหนักเกินไป — “must be working too hard” อนุมานสาเหตุปัจจุบันจากอาการเหนื่อยล้า

กลาง6. Vocabulary in Context — Choose the most precise word for the sentence: “She ____ be at work; her car is still here.”

ดูเฉลยและคำอธิบาย

คำตอบ: cannot · เธอไม่สามารถอยู่ที่ทำงานได้รถของเธอยังอยู่ที่นี่ — “cannot be at work” อนุมานว่าเป็นไปไม่ได้จากหลักฐานว่ารถยังอยู่

กลาง7. Vocabulary in Context — Choose the most precise word for the sentence: “They may not know that the ____ has changed.”

ดูเฉลยและคำอธิบาย

คำตอบ: schedule · พวกเขาอาจไม่รู้ว่าตารางเวลามีการเปลี่ยนแปลง — “may not know” หมายถึงอาจไม่รู้ ไม่ได้หมายถึงไม่ได้รับอนุญาตให้รู้

ท้าทาย8. Sentence Accuracy — Which sentence preserves both the target structure and meaning?

ดูเฉลยและคำอธิบาย

คำตอบ: The lights are on, so someone must be inside. · ไฟเปิดอยู่ดังนั้นต้องมีคนอยู่ข้างใน — “must be inside” เป็นการอนุมานด้วยความมั่นใจสูงจากไฟที่เปิดอยู่ ไม่ใช่ข้อบังคับ

ท้าทาย9. Sentence Accuracy — Which sentence preserves both the target structure and meaning?

ดูเฉลยและคำอธิบาย

คำตอบ: This might be the document we were looking for. · นี่อาจเป็นเอกสารที่เรากำลังมองหา — “might be the document” แสดงความเป็นไปได้ แต่ผู้พูดยังไม่แน่ใจ

ท้าทาย10. Reading Context — Read: “The lights are on, so someone must be inside. She cannot be at work; her car is still here.” Which statement is directly supported by the passage?

ดูเฉลยและคำอธิบาย

คำตอบ: The lights are on, so someone must be inside. · ข้อความระบุโดยตรงว่า ไฟเปิดอยู่ดังนั้นต้องมีคนอยู่ข้างใน — “must be inside” เป็นการอนุมานด้วยความมั่นใจสูงจากไฟที่เปิดอยู่ ไม่ใช่ข้อบังคับ

📚

อยากพัฒนาภาษาอังกฤษต่อ?

เลือกเรียนกับติวเตอร์ตามทักษะหรือเป้าหมายการสอบ